[Ex-SHIELD] Mission-2 : Facilities

AGENTbanner

 ***********************************

1

รู้แค่ตำแหน่งคร่าวๆของอีกฝ่ายว่าอยู่กลางทะเล

และตอนนี้ควินท์เจ็ตก็แลนดิ้งลงกลางทะเล

กลาง-ทะ-เล

ให้ตาย…

สัญญาณรบกวนนี่ทำให้ระบบนำร่องเสียหาย ระบบควบคุมยานแบบออโตเมติกเสียหาย แต่ยังดีที่ดาวเทียมเกิดขึ้นมาบนโลกนี้ ขอบคุณมนุษยชาติผู้ปราดเปรื่อง ขอบคุณมิสเตอร์คลาร์ก* ขอบคุณชีลด์ที่มีดาวเทียมเป็นของตัวเอง ที่ยิ่งกว่านั้น ขอบคุณมิสเตอร์ไวท์ที่นายเก่ง แน่ล่ะ เก่งอยู่แล้ว

ภาพและตำแหน่งจากดาวเทียมบอกว่าเราอยู่ไม่ไกลจากฝั่งนัก –แต่แน่นอนว่ามันไกลเกินกว่าจะว่ายน้ำไปถึงแบบง่ายๆ- ถ้าขึ้นฝั่งได้อะไรๆก็ง่ายขึ้น จริงๆแล้วมันดูไม่ได้ลำบากอะไรเท่าไหร่ ระบบติดตามของชีลด์ยังมีอยู่ แค่เห็นคสินท์เจ็ตของเราจอดนิ่งอยู่เดี๋ยวก็สงสัยเองว่ามันจอดทำบ้าอะไรกลางทะเล ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเดี๋ยวก็ส่งทีมมาดู

ทั้งหมดนั่นอยู่ในสมมติฐานของคำว่า ถ้า’

สถานการณ์จริงของอลัน ไวท์ ไม่สวยเท่าไหร่ เขาหลบอยู่ข้างหลังพนักเก้าอี้ มือขวากำลังส่งพิกัดของ Slingshot ไปยังแท็บเลทของทุกคน ในขณะที่มือซ้ายกระชับปืนพกไว้ที่ระดับหู ยังไม่รู้จะทำยังไงกับมันดี

อลันมองปืนในมือที่เขายังหาประโยชน์จากมันไม่ได้ แล้วลอบมองสถานการณ์วุ่นวายอีกฟาก ยิงดีไม่ยิงดี? พอลองยกขึ้นเล็งก็รู้สึกว่าถ้ายิงไปมันคงจะโดนมิสแองเจลิค ไม่ก็ซิกฟรีด ไม่ก็หัวหน้า หรือในกรณีที่เลวร้ายที่สุด –ยิงไปโดนผนังยานแล้วกระสุนชิ่งโดนแม่งหมดแบบในหนัง Wanted –

งี่เง่า อลันคิด ยิงไม่เป็นก็ไม่ต้องยิง ยิงไปไม่โดนไม่ใช่ปัญหา โดนพวกเดียวกันนี่สิปัญหา งั้นก็ช่างแม่ง ไม่ยิงเลยง่ายกว่า กระบวนการประมวลข้อมูลในหัวเขาวิ่งเร็วจี๋ พิจารณาสถานการณ์ที่กล่าวข้างต้นในชั่วแวบแล้วถอดแม็กกาซีนออกเก็บไว้กับตัว ก่อนจะโยนปืนเปล่าๆไร้กระสุน ไร้ประโยชน์ ทิ้งไปอย่างไม่ใยดี

“เอเจนท์ไวท์!” หัวหน้าคอนราดตะโกน อลันสะดุ้ง มั่นใจว่าต้องถูกดุเรื่องโยนปืนทิ้ง แต่เขาถอดแม็กกาซีนแล้วนะ “ใช้เจ็ตสกีของพวกนั้นนำกล่องนั่นไปขึ้นฝั่ง ผมจะเรียกชีลด์มาสมทบ!”

หา?

เดี๋ยว เดี๋ยวนะ

อะไรนะ?

“ผมเนี่ยนะ?!” อลันร้อง เอาจริง? เอาจริง??????

“ไปสิ!” หัวหน้าคอนราดตะโกนอีกครั้ง คราวนี้มาพร้อมสายตา อลันดีดตัวขึ้นยืนตรงโดยอัตโนมัติ

“ครับ!”

โอย

ให้ตาย…

เขาขับเจ็ตสกีเป็นที่ไหนกัน…

 

 

สุดท้ายก็มาถึงฝั่งโดยสวัสดิภาพ ต้องขอบคุณเอเจนท์เอนเดอร์ที่ให้ซ้อนมา ไม่งั้นเขาคงคว่ำกลางทะเลอย่างไม่ต้องสงสัย

บนฝั่งมีการปะทะอีกครั้ง แต่ชีลด์ก็มาสมทบทันเวลา ต้องขอบคุณหัวหน้าคอนราดที่เรียกให้

อลันก้าวเท้าขึ้นยาน พร้อมกล่อง หรือกระเป๋า หรืออะไรซักอย่าง ที่บรรจุ 0-8-4 ในมือ แท็บเลทในมือบอกว่าจากจุดนี้ด้วยยานลำนี้จะไปถึง Slingshot ได้ในเวลาไม่นาน

ทุกคนพร้อมแล้ว

แต่หัวหน้ายังไม่มา

กระสวยอวกาศบินขึ้นไปแล้ว แสงจากกระจุดระเบิดของเชื้อเพลิงไม่เป็นอันตรายต่อสายตาอีกต่อไป เขาถอดแว่นดำติดฟิล์มหนาทึกที่เจ้าหน้าที่ของ Slingshot ให้มาออก แต่ควันยังไม่จางลงเท่าไหร่นัก และมันทำให้เขาแสบจมูกจนอยากจะกลับไปที่ทริสเกลเลียนเต็มแก่

สุดท้ายหัวหน้าก็ยังไม่กลับมา

อลันเงยหน้าขึ้นมองกระสวยอวกาศ หรี่ตามองแสงอาทิตย์ จินตนาการภาพของมันที่จะบินไปชน มอดไหม้ และระเบิดเป็นจุณ

ใกล้พระอาทิตย์ไปยังไงก็พัง พังเละ เละเลย

เพราะงั้นเขาจะไม่คิดอะไรมาก หัวหน้าไม่กลับมา เขามีข้อสรุปให้ตัวเองแล้ว

“มาไม่ทันสินะ”

2

.

..

 

ให้ตายเถอะ…

 

คนๆนี้นี่เจ๋งจริงๆ

 *****************************************************

*อาเธอร์ ซี คลาร์ก คือผู้ริเริ่มแนวคิดการสื่อสารผ่านดาวเทียม เป็นนักเขียนนิยายและเรื่องราวแนววิทยาศาสตร์ พอเอาเรื่องดาวเทียมไปเสนอก็ไม่มีใครเชื่อ หาว่าเพ้อเจ้อ โะ่พ่อคนอาภัพ แต่สุดท้ายก็มีคนนำความคิดเขาไปสานต่อจนได้เป็นดาวเทียมทุกวันนี้

จุดพีคของมิชชั่นนี้คือหัวหน้าคอนราดยิ้มค่ะ!! หัวหน้ายิ้มค่ะ!!!!! ตอนไปอ่านฝั่งของหัวหน้า นี่กิ๊วก๊าวอยู่คนเดียวเพราะหัวหน้ายิ้มค่ะ ฮาาาา

อลันก็คงแปลกใจไม่แพ้กันว่าหัวหน้าสิงโตคนน่ากลัวที่พร้อมเขมือบหัวตัวเองทำไมถึงยิ้มได้//อลันชก พีคจริงๆนะ เชื่ออนันต์สิ

อีกนิดนึง จากใจอลันและความกากถึงหัวหน้าอดัมส์ที่รักยิ่ง

3

Advertisements

[Ex-SHIELD] Event : Never Too Old For Halloween

 

AGENTbanner

 

 ***********************************

เอนทรี่นี้มีการกล่าวถึง Sub Character : Nicholas Morgan

ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของ อลัน ไวท์

สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ใน

Drive

***********************************

 

“เป็นอะไร?” นิคถาม ข้ามผ่านระยะทางกว่าสามร้อยไมล์ จากนิวยอร์ก ถึงอลัน ไวท์ ที่กำลังมีสีหน้าแปลกประหลาด

“อะไร? เป็นอะไร? ใครเป็น?”

“นายไง” นิคชี้มาที่กล้อง แล้วย้ำ “หน้าตาดูไม่ได้”

“ทำไม? ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันเป็น”

“เออ” เสียงหัวเราะลอยมาจากลำโพง “ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันถามเหมือนกัน”

อลัน ไวท์ ชักสีหน้า รู้สึกหงุดหงิดเต็มประดา

“เลิกยื่นจมูกเข้ามาหาทุกเรื่องของฉันได้แล้ว นิโคลัส มอร์แกน”

ทว่านิโคลัส มอร์แกน กลับหัวเราะหนักข้อขึ้นไปอีก

 

 

“ตกลงเป็นอะไร?” นิคถามเมื่อหยุดหัวเราะ— หัวเราะจนปวดท้อง สนุกเป็นบ้า “อย่าทำตัวห่างเหินนักเลยน่าอลัน” เขากล่อม

อลันถอนหายใจ สีหน้าหงุดหงิด แต่สุดท้ายก็ยอมบอกเขาแต่โดยดี— เหมือนเคย

“มีงาน”

นิคเลิกคิ้ว ถามกลับว่างานอะไร

คุณหนูไวท์ ทำสีหน้าประหลาด บอกไม่ถูกว่าประหลาดอย่างไร แต่มันก้ำกึ่งระหว่างหงุดหงิด ลำบากใจ ว้าวุ่น และอาย?

ตลกน่า ถ้าอลัน ไวท์ อายได้ พรุ่งนี้วอลสตรีทคงล้มระเนระนาด

“อีเวนท์ฮาโลวีน…”

นิโคลัสใช้เวลากว่าสิบวินาทีเพื่อประมวลผล หัวใจเขาเต้นเร็วขึ้น เลือดสูบฉีดไปทั่วร่าง ม่านตาขยาย ลมหายใจสูดลึก ก่อนที่จะระเบิดหัวเราะออกมาดังลั่น

ฮา-โล-วีน-!!

อลัน ไวท์ กับ ฮาโลวีน!!

ให้ตายเถอะ พระเจ้า(แม้เขาจะไม่ศรัทธาในศาสนาคริสต์ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวถึงมิสเตอร์จีซัส)

อลันโกรธมากกับปฏิกิริยาของเขา หน้าตาดูประหลาดขึ้นไปอีกสิบจุด ทว่าสำหรับเขาแล้วมันดูน่าขันมากกว่าน่ากลัว

นิโคลัสเสียเวลาอีกกว่าชั่วโมงเพื่อเรียกร้องการให้อภัยจากอลันที่โมโหจนตัดการสื่อสารทิ้ง เขาทั้งเจาะระบบเข้าไปง้อ ทั้งส่งโทรจันเข้าไปป่วน ทั้งส่งข้อความและโทรหา สุดท้ายก็สามารถทำให้อีกฝ่ายรำคาญจนยอมพูดกับเขาได้ในที่สุด

“ไม่คิดหรือไงว่ามันเป็นการเสียเวลาแค่เพื่อสร้างความรำคาญให้ฉันจากวิธีไร้สมองพวกนั้น?”

อลัน ไวท์ หงุดหงิด หงุดหงิดมาก มากจนเขาเกือบหลุดหัวเราะออกมาอีกครั้ง

“เมื่อกี้ฉันขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจ เชื่อฉันสิ”

“ฉันไม่ได้งั่งแบบแก นิโคลัส มอร์แกน”

“ใช่ ฉันมันไอ้งั่ง” นิโคลัสยกสองมือขึ้นข้างหัว ยอมแพ้ ยอมศิโรราบ “ไอ้งั่งที่เป็นเพื่อนนาย”

“ฉันไม่มีเพื่อนเป็นไอ้งั่ง”

“ใจร้ายเป็นบ้า ฉันจริงจังนะ” นิคเย้า

ดวงตาสีน้ำเงินของอลันตวัดมาที่กล้อง จ้องเขม็งจนเขาเลิกแหย่

“โอเค ไม่เล่นแล้ว เล่าเรื่องของนายมา”

เพื่อนของเขายังคงปากแข็ง ยังหงุดหงิดและใจร้อน ต้องตื้ออยู่สักพักเจ้าตัวจึงยอมปริปากเล่ารายละเอียดออกมา

…..

….

“โอเค สรุปโดยคร่าวคือนายต้องแต่งชุดฮาโลวีน ไปล่อลวงขนมมา จบ ถูกไหม?” นิคถาม ได้รับคำตอบเป็นการขยับคิ้วขึ้นเล็กน้อยของอีกฝ่าย มันแปลว่าใช่

“ที่ทำงานนายน่าสนุกเป็นบ้า” เขาหัวเราะออกมาเบาๆก่อนจะลองแย็บถาม “ตกลงนายทำงานที่ไหนนะ?”

ผลที่ได้คืออลันตัดการสื่อสารทั้งหมดทิ้งอีกครั้ง แถมคราวนี้เอาคืนด้วยการส่งสปายแวร์จำนวนมากมาให้เขาวุ่นวายเล่นอีกนิดหน่อย

เขาทั้งล่อทั้งหลอกอลันหลายครั้งแล้วเรื่องที่ทำงานของอีกฝ่าย แต่หมอนั่นไม่แม้แต่จะหลุดตัวอักษรแรก หรือไอพีชุดแรกออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว เมื่อไหร่ที่จะคุยกับเขาหมอนั่นต้องบล็อกสัญญาณต่างๆนาๆ จะลองตามจากโซเชียลทั้งหลายแหล่ที่หมอนั่นเล่นก็ไม่ได้ความ อลันแม่งรอบคอบกับเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบสุดๆ

กับอีแค่ที่ทำงาน…

แต่คิดในอีกแง่ ขนาดเขาที่เป็นเพื่อนของหมอนั่นยังไม่รู้ แปลว่าไม่มีใครคนอื่นรู้เลย ด้วยเหตุผลนี้เขาพอจะยอมรับได้นิดหน่อย เพราะอย่างน้อยหมอนั่นก็ยังโทรมาหาบ้าง ไม่ใช่อย่างมิสซิสไวท์ที่มักโทรมาบ่นกับเขาเสมอว่าอลันไม่ยอมติดต่อกับที่บ้านเลยสักทางนอกจากจะไปเยี่ยมตรงๆที่เวอร์จิเนีย

นิโคลัสใช้เวลาอีกกว่าครึ่งชั่วโมงในการพยายามติดต่ออลัน คราวนี้อีกฝ่ายใจอ่อนและรับสายเขาเร็วกว่าเดิม เพื่อนของเขามีสีหน้าสงสัยแล้วยิงคำถามแรกขึ้นมาก่อนที่เขาจะทันพูดอะไร

“สปายแวร์ที่ฉันโยนไปไม่มีผลอะไรเลย?”

“อ้อ” นิคคราง ยิ้ม แล้วตอบ “ฉันเปลี่ยนเครื่อง เลิกใช้แลบท็อปนั่นตั้งแต่มันขึ้นแจ้งว่าโหลดอะไรซักอย่างจากนายแล้ว”

อลันชักสีหน้า เดาะลิ้นอย่างหงุดหงิด นิโคลัสตัดสินใจเปลี่ยนเรื่อง

“กลับมาที่เรื่องฮาโลวีนของที่ทำงานนาย” เพื่อนของเขาหน้าตาหงุดหงิดกว่าเดิม “อย่าเพิ่งทำหน้าอย่างนั้น ฉันมีไอเดียเสนอให้นายอยู่ อย่างน้อยๆนายก็ยอมรับสายฉันเพราะเรื่องนี้ใช่ไหมล่ะ?”

อลันเลิกคิ้ว ท่าทางแปลกใจนิดหน่อย ก่อนจะกลับเป็นสีหน้าปกติ— หงุดหงิดและรำคาญโลกแบบปกติ

“ประมาณนั้น” คุณหนูไวท์พยักหน้า “มีอะไรจะเสนอก็รีบพูดมา” แล้วเปลี่ยนเป็นนั่งไขว่ห้าง รองเท้าคอนเวิร์สสีแดง—คู่เดิม ยกขึ้นพาดโต๊ะ สองมือยกขึ้นกอดอก

ท่าทางหมอนี่โคตรน่าหมั่นไส้เหมือนเดิม เห็นแล้วนิโคลัสได้แต่ยิ้ม นึกอยากกลับไปนั่งคุยกันต่อหน้าแบบเมื่อก่อน หากเป็นแบบในตอนนั้น เขาจะจับข้อเท้าอีกฝ่ายไว้แล้วกระชากรองเท้าสุดรักสุดหวงให้หลุดแล้วโยนไปลงถังขยะให้อีกฝ่ายโมโหเล่น ก่อนจะง้อด้วยการนวดเท้าเอาใจอีกฝ่ายให้อารมณ์เย็นลง

แต่มันก็เป็นแค่อดีต

นิคลองเสนอความคิดในหัวของเขาออกมาทีละอย่าง ให้อีกฝ่ายพิจารณา

“แวมไพร์?”

“เสื้อคลุมวุ่นวาย ไม่ผ่าน”

“ซอมบี้?”

“แต่งหน้าเสียเวลา ไม่ผ่าน”

“เอเลี่ยน?”

“ดูโง่ไป ไม่ผ่าน”

“โจ๊กเกอร์ในแบทแมน?”

“ฉันพอใจในผมบลอนด์ของตัวเอง ขอบคุณ ไม่ผ่าน”

“ผีเป็นไง? เอาผ้าปูที่นอนมาคลุม เจาะตา ง่าย และครีเอท”

“มักง่ายไป ขยับยากไป ทัศนวิสัยแคบไป ครีเอทตรงไหน? ไม่ผ่าน”

“พีระมิดเฮด?”

“ไม่คิดว่าพีระมิดนั่นมันหนักหรือไง? ไม่ผ่าน”

“เนเมซิส?”

“ฉันหน้าตาดีไป เป็นไม่ได้ ไม่ผ่าน”

“…”

“อะไร?”

“เปล่า ไม่มีอะไร งั้นเป็น…พ่อมด?”

“หมวกแหลมๆนั่นมันตลกจะตาย นายไม่คิดงั้น? ฉันข้องใจมาตลอดว่าทำไมพวกพ่อมดแม่มดต้องใส่ไอ้หมวกตลกๆ ปลายแหลมๆ ปีกกว้างๆ พวกนั้นด้วย จะว่ามันแฟชั่นก็ไม่ใช่ สมัยนิยมก็ไม่ใช่ เป็นสไตล์? รสนิยมห่วยเป็นบ้า ไม่ผ่าน”

“นายนี่แม่งเรื่องมากฉิบหาย”

“ยังไม่ชิน?”

“ถ้าไม่ชินฉันคงไม่ได้เป็นเพื่อนนายหรอก จริงไหม?”

“…เงียบไปเลย”

“ครับ ครับ งั้นเอาไงดี ง่ายๆ ไม่ยาก ไม่ต้องแต่งหน้า ไม่วุ่นวาย ไม่ดูโง่ ไม่น่ารำคาญ ไม่หนัก ไม่อัปลักษณ์ ฉันว่านายสั่งเสื้อฮู้ดง่ายๆออนไลน์ดีกว่าไหม?”

“ฮู้ด? ฮู้ดอะไร?”

“หมาป่า”

“ฉันไม่คิดจะลดสปีชี่ส์ตัวเองเล่นหรอกนะ”

“ลองเปรียบเทียบดูนะอลัน ลดสปีชี่ส์ตัวเอง กับ เป็นตัวประหลาด คนก็ไม่ใช่ สัตว์ประหลาดก็ไม่เชิง ตายไหมก็ไม่รู้แบบที่พูดมาเมื่อกี้ทั้งหมด เลือกเอา”

“หมาป่าฟังดูน่าสนใจ”

“ในที่สุด”

“หุบปากไปเลย”

“ครับครับ อ้อ ฉันส่งตัวที่ดูน่าสนใจไปให้นายในสไกป์ ลองดูเอาแล้วกัน”

“ได้รับแล้ว”

“แล้วถ้ายังไงเดี๋ยวฉันลองดูในนิวยอร์กให้ก่อน นายก็รู้ ที่นี่ไอเดียฮาโลวีนปาร์ตี้บ้าๆบอๆหาง่ายจะตาย”

“นิค”

“หือ?”

“ขอบคุณ”

“ว—โว้ว อลัน ว่ายังไงดี ฉันดีใจนะเนี่ย นานๆทีนายจะพูดออกมาชัดๆแบบนี้ ฉันว่า—”

“ไม่ฟรี” อลันขัดขึ้นมากลางประโยค นิโคลัสทำหน้าเหรอหราแล้วถาม

“อะไรไม่ฟรี?”

“คำขอบคุณของฉัน” อลันพูด ด้วยท่าทางหยิ่งยโสจนน่าต่อย อันที่จริง— หมอนั่นน่าต่อยตลอดเวลาอยู่แล้ว“ทำงานให้ฉันอีกอย่างที”

เขาถอนหายใจ เอาอีกแล้ว อลันแม่ง อย่างนี้ตลอด แล้วเขาก็ไม่เคยคิดจะปฏิเสธตลอด เขาแม่ง งั่งอย่างที่หมอนั่นด่าไว้จริงๆ

ช่วยไม่ได้ มันมีเขาเป็นเพื่อนคนเดียว คนเดียว เขาภูมิใจในจุดนั้น และพอใจที่จะตามใจมัน

“ตามสั่งเลยครับท่าน”

อลันในจอมีสีหน้าเหม่อลอย ก่อนจะดีดนิ้ว แล้วหันมาด้วยท่าทางจริงจัง

“รถของฉัน ขับมานี่ที”

“เฟียสต้าสีแดงคันนั้น?”

“ก็มีอยู่คันเดียว ถามโง่ๆ”

“ไหนทีแรกนายจะทิ้งไว้ที่นี่? ทำไมจู่ๆจะเอาไปด้วยเสียล่ะ?”

“อย่าถามมาก” อลันแยกเขี้ยว “ขับมาก็พอ เดี๋ยวจองตั๋วเครื่องบินขากลับไว้ให้”

“แหม ลงทุนจัง” นิคล้อ ยกมือกุมแก้มท่าทางน่าหมั่นไส้ แต่ก็เลิกก่อนที่อีกฝ่ายจะตัดการติดต่อรอบที่สาม “โอเค จะขับไปให้ ให้ไปที่ไหน วันไหนก็บอกไว้แล้วกัน”

อลันพยักหน้า ท่าทางพออกพอใจ

“แล้วจะติดต่อมาอีกที”

“อืม” นิคยิ้ม “ดูแลตัวเองด้วยอลัน”

นิคคิดจะตัดการติดต่อก่อน เพราะทุกครั้งอีกฝ่ายจะแค่ย่นคิ้วแล้วปิดหน้าต่างไปเลย ทว่าคราวนี้อลัน ไวท์กลับทำสิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจ

“นิค” อลันพยักหน้า ไม่ได้มองกล้อง “นายเองก็ด้วย”

-Call End-

 

เดี๋ยวนะ เดี๋ยว เดี๋ยว เดี๋ยว

อลันตัดการติดต่อไปแล้ว ออฟไลน์ไปแล้วด้วย เดี๋ยวนะเดี๋ยว

สิ่งแรกที่เขาต้องทำตอนนี้คืออะไร? หาทางติดต่อไปใหม่แล้วคาดคั้นถามถึงไอ้ความเปลี่ยนแปลงนั่น? ตรวจสอบว่าเขาตั้งบันทึกการสนทนาไว้หรือเปล่า? หรือจองตั๋วเครื่องบินบินข้ามรัฐไปเค้นถามมันเดี๋ยวนี้?

ไม่ ไม่สิ ไม่

นิโคลัสหยิบมือถือขึ้นมา แล้วกดเบอร์โทรศัพท์ที่ตั้งเป็นเบอร์ฉุกเฉินไว้

 

ต้องโทรบอกแม่หมอนั่นเป็นอย่างแรก

 

 

 

*************************

halloween finish

 

 

สุดท้ายแล้วชุดที่อลันแต่งในเทศกาลนี้คือ Big Bag Wolf ค่ะ ,,UvU,,

ยอดสุทธิขนมที่ได้จากการบังคับขู่เข็ญขอร้องคือ 4 โดยแบ่งเป็น

จากหัวหน้าครูซ 1 : Twitter

หัวหน้าอดัมส์ 1 : Twitter

หัวหน้าวาลด้า 1 : Twitter

และจากเพื่อนร่วมงาน รูบี้ 1 : Twitter

 

สามารถอ่านโรลย้อนหลังได้จากลิ้งค์ด้านหลังนะคะ ,,UvU,,

ขอขอบคุณทุกคนที่มาโรลกันมากค่ะ สนุกมากเลย55555555555 และต้องขอบคุณสตาฟด้วยนะคะสำหรับกิจกรรมน่ารักสนุกๆที่ทำเอาอลันปวดหัวไปเลยขนาดนี้ ถูกใจมากค่ะห้าห้าห้าห้าห้าห้าห้าห้าห้าห้าห้าห้า คูณไปอีกร้อยล้านตัว

 

สุดท้ายนี้มีเอสดีเล็กๆวาดไว้เพราะมันน่ารักและตลกมากค่ะ

sd  halloween

 

 

โรลกับรูบี้นี่สนุกจริงๆ แกล้งสนุกแหย่สนุก สนุกอยู่ฝ่ายเดียวนี่มันสนุกจริงๆเลยค่ะ ห้าห้าห้าห้าห้าห้าห้าห้าห้าห้า //โดนชก

จริงๆแล้วเป้าหมายคืออยากวาดทุกคนที่โรลด้วยมากๆเลยค่ะ แต่ชนกับเปิดเทอมพอดีจนวุ่นวายไปหมด น้ำตาจะไหล ขอวันหยุดยาวๆ TT

 

อย่างไรก็แล้วแต่ ขอบคุณทุกคนที่มาโรลกันและสตาฟที่จัดมากๆเลยนะคะ! XD

[Ex-SHIELD] Mission-1 : 0-8-4

AGENTbanner

อลัน ไวท์ รู้สึกหงุดหงิด

โอ้ แน่นอน เขารู้สึกหงุดหงิด ช่วงนี้เขาหงุดหงิด หงุดหงิดไปเสียทุกอย่าง

แต่เรื่องหลักที่ทำให้เขาหงุดหงิดสุดๆคือ ภารกิจ

พอมานึกย้อนดูแล้วเหตุผลนี้มันงี่เง่ามาก งี่เง่าสิ้นดี อลัน ไวท์ นายโตแล้ว นายทำงาน นายอยู่ในชีลด์ นายต้องทำภารกิจ นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว การที่จะมาร้องโอดครวญงอแงเป็นเด็กๆนี่มันน่าขำสิ้นดี เอาตรงๆคือไร้สาระมาก

แต่ขอทีเถอะ…

การที่เขาจะงอแงเพราะภารกิจที่ว่ามันคือการปีนหิมาลัยนี่มันก็สมเหตุสมผลอยู่นะ ว่าไหม?

alanmision1ver2

ในคืนนั้น อลัน ไวท์จัดกระเป๋า

หัวหน้าคอนราดบอกไว้ว่าให้เอาของไปเท่าที่จำเป็น และแน่นอน หิมาลัยหนาวมาก คงไม่ต้องสงสัยว่าจะต้องพกอะไรไปนอกเสียจากเสื้อกันหนาวดีๆสักตัว

ฟาเบียงล้อว่าสีของมันต่อให้เขาจมกองหิมะให้ตายยังไงก็หาเจอ

“และถ้าฉันเป็นกองกำลังป้องกันตนเองของทิเบต” ฟาเบียงพูด “ฉันจะยิงนายคนแรกจากทั้งกลุ่ม”

หุบปากไปเลย”

โอเค คำพูดของฟาเบียงก็มีอิทธิพลต่อเขาพอสมควร แต่โทษที นี่อลัน ไวท์ และอลัน ไวท์ ไม่คิดจะเปลี่ยนสีเสื้อแค่เพราะกลัวจะถูกยิงหรอกนะ

ว่าแต่ทิเบตมีกองกำลังป้องกันตัวเองจริงๆรึเปล่า?

.

.

.

ในวันเดินทาง ทีม Catalyst เดินทางมาถึงทิเบตด้วยเครื่องบินของชีลด์ เข้าเมืองและพัก 2 คืน แน่นอนว่าเพื่อปรับตัว ในเมืองน่ะมันไม่มีปัญหาหรอก มันไปมีปัญหาหลังจากนั่ง ฮ. ออกจากทิเบตต่างหาก…

Mision1-1

………………. //ถ่ายแชะแล้วอัพลงอินสตราแกรม

Description ของอลัน ไวท์ ในอินสตราแกรม : HELL NO

หิ-มา-ลัย-!

หิมาลัยเชียวนะ หิมาลัย!

ให้ตายเถอะ ดูในแฟ้มภารกิจว่ามันหนักแล้ว มาเจอจริงๆนี่มันยิ่งกว่านรก หิมะเต็มไปหมด ชักจะเกลียดสีขาวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก…

เดี๋ยวสิ… เกลียดสีขาวนี่ไม่แปลว่าเกลียดนามสกุลตัวเองหรือไง?

อย่างไรก็ตามแต่ ตอนนี้ เกลียด

 

[ทวิตเตอร์ส่วนตัวของอลันไวท์]  

Fell to the snow. GEEZ!!

.

.

.

Mision1-2

จามรีเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ารังเกียจ

ชาร์ลีเคยบอกว่าจามรีน่ารัก ให้ถ่ายไปให้ดูด้วย

“นายไปทิเบตนี่” ชาร์ลีพูด แล้วตบบ่าเขาปุๆ “ได้ข่าวว่าที่นั่นมีจามรี ถ่ายมาให้ดูด้วยแล้วกัน”

“เดี๋ย—-“

“แล้วก็นะ” หมอนั่นยกมือขึ้นชี้ ท่าทางข่มขู่ “อย่าคิดจะกินมันเสียล่ะ”

…นี่มันน่ารักตรงไหน?! ตลกเถอะ หมอนั่นชักจะรักสัตว์เกินไปหน่อยแล้ว เจ้าสัตว์น่าขนเหม็นสาบนี่มีส่วนไหนที่น่ารัก?  ใครจะถ่ายลง!

5 minutes later

[ทวิตเตอร์ส่วนตัวของอลันไวท์] 

THIS THING has really bad smell

BxvUSt1IcAA6gxU

.

.

.

During the Mission

[ทวิตเตอร์ส่วนตัวของอลันไวท์]

To me in the past: DO NOT QUIT YOUR F**KING JOB

[ทวิตเตอร์ส่วนตัวของอลันไวท์]

If you were me, you’d understand

[ทวิตเตอร์ส่วนตัวของอลันไวท์เมนชั่นโดนตรงหาชาร์ลี]

นายบอกจามรีน่ารัก? น่ารักตรงไหน?!

ByJNscRIAAAixDg (1)

 

Charlie B. [ทวิตเตอร์เด้ง]

….เฮ้ ขนฟูๆของมันไง นายดูสิ! สีตัดกับหิมะด้วย

 

[ทวิตเตอร์ส่วนตัวของอลันไวท์ รีพลาย]

ไม่ตลกเลยนะ! นายพูดได้เพราะนายไม่ได้กำลัง พยายาม-ขี่-มัน อยู่นี่หว่า ให้ตา หกดายงทดยพเย (ตกหลังจามรี พลาดโดนปุ่มส่ง)

(เพิ่มเติมที่ Twitter)

หลังจบภารกิจนี้ ขอสาบานเลยว่าจะไม่มาเหยียบ ทิเบต-หิมาลัย-ภูเขาหิมะ อีก!

 

 รายงานของอลัน ไวท์ ภารกิจ 0-8-4

– ในวันก่อนเริ่มภารกิจได้ทำการปรับแต่งเครื่องตรวจจับนิวไคลด์รังสี Falcon 5000® Portable HPGe-Based Radionuclide Identifier โดยบูสเคร่องให้พร้อมทำงานได้ในเวลาที่น้อยลง และทำการเจาะระบบการค้นหารังสี เน้นการหารังสีแกมม่าที่ 0-8-4 จะปล่อยออกมาเพียงอย่างเดียว

– ระหว่างการค้นหาใช้ภาพถ่ายจากดาวเทียมทำการจำลองแบบแปลนของวัดเป็นโฮโลแกรมและค้นหาจุดที่เป็นไปได้ที่สุดที่ 0-8-4 จะอยู่

– ระหว่างการค้นหามีอาการปวดที่ขมับและเห็นสีแปลกๆจากภาพหลอนจากการทำงานที่ผิดปกติของประสาทเนื่องมาจากรังสีที่ได้รับ มีผลกระทบทำให้การทำงานและสติรับรู้ของอลัน ไวท์ช้าลง แต่ยังสามารถทำภารกิจได้จนเสร็จสิ้น

[Ex-SHIELD] Alan White

 

 

AGENTbanner

 

 

Form2

 

Given Name : Alan
Middle Name: –
Family name : White
Gender : Male
Age : 28
Height / Weight : 181/79

 

Citizenship : American
Blood Type : AB
Race : Caucasian
Place of birth : Manhattan, NYC
Hair Color : Blonde
Eye Color : Blue
Title : Tech Expert

 

 

Personality : เป็นคนฉลาดและรู้ว่าตัวเองฉลาดมาก ฉลาดในเรื่องไม่เป็นเรื่องอย่างน่าตกใจ จนบางทีคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง เข้าใจเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็ว มีความละเอียดรอบคอบในการทำงานเป็นอย่างดี แต่เพราะรู้ว่าตัวเองฉลาดเลยติดจะยโสและอวดดีไม่ใช่น้อย มีความมั่นใจในตัวเองสูง ขี้เกียจ มักทิ้งงานไว้ทำในวินาทีสุดท้ายเพราะมั่นใจมากว่าทำได้ และเพราะความอวดดีที่มีทำให้เป็นคนช่างเหน็บแนมแดกดันคนที่ไม่ชอบขี้หน้าหรือแม้กระทั่งสิ่งของที่ตัวเองไม่ถูกใจ

– จัดเป็นมนุษย์ประเภทฉลาดแล้วขี้โอ่อวดดีปกติ
– มีความเห็นแก่ตัวแบบสามัญทั่วไป
– ชอบการเข้าสังคม แต่นิสัยเข้ากับคนอื่นได้ยากทำให้เรื่องมากหากจะคบใครเป็นเพื่อน เป็นคนเพื่อนน้อยและอยู่คนเดียวจนชิน

 

Skill :
– แฮคกิ้งระดับโปร
– โกงเงินจากธนาคารหรือปล่อยข่าวปั่นหุ้นเป็นเรื่องง่ายดาย
– ความเร็วสูงสุดในการพิมพ์เท่ากับ 200 คำต่อนาที
– เห็นอย่างนี้เจ้าตัวเก่งฟิสิกส์มากนะ
– คำนวณหาวิธีกระสุนที่ยิงมา/ต้องการจะยิงไปได้แม่นยำ //แต่ยิงเองไม่ได้

 

Weapon : .9mm ของ Colt ความแม่นยำในการยิงที่ 50-70% อยู่ในลิ้นชักโต๊ะทำงาน เคยเอาออกมาดูครั้งสองครั้งแล้วโยนกลับไปในสุดของลิ้นชัก

 

Family : บิดามารดาคือ Aaron & Evelyn White ปัจจุบันเกษียรอายุงานและย้ายไปอาศัยอยู่ที่รัฐ Virginia (ยังมีชีวิตอยู่ทั้งคู่)

 

Other : 
– อลันในรูปติดบัตรกับรูปปัจจุบัน(ด้านล่าง)เวลาถ่ายห่างกัน 3 เดือน ผมเลยยาวขึ้นเห็นได้ชัด
– ชอบ accessory สีแดงเช่น แว่นตา(multicoat lens ใส่เฉพาะเวลาทำงานหน้าจอและขับรถหรืออยู่ในบริเวณที่มีแดดจ้า) กระเป๋า รองเท้า etc.
– เป็นหนุ่มติดโซเชียลไม่เบา
– อลันหยิ่งแบบไม่ชอบให้ใครจับตัว หรือตีสนิทใส่ก่อน ถ้าอลันรู้สึกสนิทมันจะเปลี่ยนรรพนามเองเสร็จสรรพโดยไม่สนใจว่าเขาจะรู้สึกสนิทกับมันไหม
– รักสะอาดและมีแนวคิดแปลกๆเกี่ยวกับการดื่ม/กินจุลินทรีย์อย่างแลคโตบาซิลลัสว่ามันน่าขยะแขยง
– เพราะงี้เลยค่อยข้างเกลียดการจับมือกับคนอื่นแบบเบาๆ(เป็นเฉพาะมือ)

 

*เพิ่มเติม*

 

Background :
อลันเป็นลูกคนเดียว ฐานะครอบครัวมีอันจะกินแบบเบาๆ เกิดที่เกาะแมนฮัตตัน นิวยอร์ก

 

อลันจบไฮสคูลจาก The Bronx High School of Science ด้วยผลการเรียนสุดจะเพอร์เฟ็คซึ่งแลกมาด้วยดราม่าวัยรุ่นไฮสคูลแบบทั่วๆไปคือเพื่อนน้อย คนหมั่นไส้เยอะ เพราะผลการเรียนดี+เป็นคนขี้อวดทำให้เพื่อนที่เคยมีอิจฉาหมั่นไส้รำคาญ พอรู้ตัวว่าถูกนินทานิสัยก็แย่ลงกว่าเดิม ด้วยความคิดที่ว่า “ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด พวกนั้นมันอิจฉาฉันเอง พูดอย่างกับว่าฉันเรียนเก่งกว่าพวกนั้นแล้วฉันผิดงั้นแหละ อย่างนี้จับพวกฉลาดเข้าคุกให้หมดเสียสิ” เพราะงั้นเจ้าตัวจึงไม่คิดจะยอมแพ้ บวกกลับด้วยการได้เกรด A+ เอาไปขยำแล้วปาใส่หน้าพวกนินทา นานวันความอวดดี+ความหยิ่งเพราะฉันเจ๋ง+คำพูดจาที่ไม่ค่อยจะถนอมน้ำใจใครเท่าไหร่ ก็เพิ่มมากขึ้นจนติดนิสัยไปถึงมหาลัย

 

อลันเข้าศึกษาในระดับมหาลัยที่ Columbia University หนึ่งในเครือ Ivy League ด้วยเหตุผลที่ว่ามันอยู่ใกล้บ้านและฉันเจ๋งพอที่เข้าได้และเอาไปอัดหน้าพวกขี้นินทา อลันเลือกที่จะศึกษาใน Major in Computer Science – Computer Security Track เกี่ยวกับด้านความปลอดภัยโดยเฉพาะ แน่นอนว่าด้วยนิสัย(ห่วยๆ)ของอลันทำให้มีเรื่องไม่น้อยในมหาลัยเช่นกัน อลันเรียนจบใน 4 ปีและได้เพื่อนสนิทมา 1 คนถ้วน(…) ส่วนแฟนสาวส่วนใหญ่คบๆเลิกๆ โดยที่อลันเป็นฝ่ายทิ้งเพราะรำคาญ ไม่ก็สาวงอนแล้วอลันไม่ง้อเพราะหยิ่งก็จบกันไป

 

จบจากมหาวิทยาลัยอลันทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ได้ 3 เดือนถ้วน โดยที่ลาออกเพราะเบื่อและรำคาญเพื่อนร่วมงาน ออกมาเล่นหุ้นปั่นตลาดจนกระทั่งอายุ 23 S.H.I.E.L.D. มาทาบทามให้ไปทำงานด้วยเพราะ

 

1. ตอนอยู่ไฮสคูลเคยเจาะเข้าไปที่เพนตากอนแล้วหนีรอดมาได้ทัน แต่โดนดักได้เลข IP 3ตัวแรกไป
2. ตอนอยู่มหาลัยป่วนระบบซีเคียวริตี้ของมหาลัยจนเละ คะแนนสอบของเพื่อนที่เกลียดขี้หน้ากลายเป็น F ทุกตัว แน่นอนว่าต้องทำของตัวเองด้วยเพื่อไม่ให้ถูกสงสัย สุดท้ายต้องจัดสอบใหม่หมด ซึ่งมันทำไปด้วยความสะใจล้วนๆ
3. ตอนอยู่มหาลัยเช่นกันที่ถูกเพื่อนที่เกลียดขี้หน้าท้าให้เจาะข้อมูลขององค์กรหนึ่งจนเป็นเรื่องวุ่นวาย
4. ก่อนจบทิ้งท้ายด้วยการแฮคระบบป้องกันเพลิงไหม้ให้รวนจนปล่อยน้ำลงมา(กระจอกที่สุดแล้วตั้งแต่ก่อเรื่องมา)
5. ระหว่างว่างงานได้ปล่อยข่าวปั่นหุ้น กว้านซื้อหุ้นแล้วขายเททิ้ง จนตลาดหลักทรัพย์รวนไปหมด

 

จริงๆแล้วเหตุผลที่ S.H.I.E.L.D. เอาตัวไปทำงานด้วยอาจเพราะเพื่อควบคุมพฤติกรรมก็เป็นได้ แต่อลันดูจะมีความสุขดีกับการทำงานที่ดูคูลในสายตาคนรอบข้าง(แม้คนรอบข้างจะไม่รู้ก็ตามว่ามันทำงานอะไร)
**เรื่องที่เคยทำมาแทบไม่มีหลักฐานให้เอาผิดได้ว่าอลันลงมือจริงๆเลยยังไม่โดนโยนเข้าคุกเสียที

 

Twitter : @AEGIS_Alan
รูปใหญ่ของอลัน
Alan White
Alan White3

 

แล้วมาเล่นด้วยกันกับอนันต์และอลันนะคะฟฟฟฟฟฟฟฟ